แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวสสุวรรณ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวสสุวรรณ แสดงบทความทั้งหมด

หลวงพ่อพัฒน์ วัดธารทหาร (วัดห้วยด้วน) หนองบัว นครสวรรค์

 กราบไหว้สักการะ หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม เกจิเลื่องชื่อ เป็นที่รู้จักของศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศ ณ วันที่ไปกราบสักการะหลวงพ่อมีอายุครบ 100 ปี

วัดธารทหาร เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 บ้านธารทหาร ตำบลธารทหาร อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ วัดมีเนื้อที่ 36 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันคือ พระราชมงคลวัชราจารย์ (พัฒน์ ปุญฺญกาโม)

วัดธารทหาร เดิมชื่อ วัดห้วยด้วน สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2482 ตั้งชื่อตามหมู่บ้านห้วยด้วน เนื่องจากที่บ้านนี้มีลำคลองเล็ก ๆ แยกมาจากห้วยน้ำสาดเหนือ และมาสิ้นสุดคลองลงที่นี่ ต่อมาชื่อบ้านได้เปลี่ยนมาเป็นบ้านธารทหาร จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดตามด้วย ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2505 วัดยังมีศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดเปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2537

วัดมีเกจิอาจารย์ที่เป็นที่เลื่อมใสของประชาชน คือ พระราชมงคลวัชราจารย์ (พัฒน์ ปุญฺญกาโม) ซึ่งท่านได้ปลุกเสกวัตถุมงคลต่าง ๆ โดยเฉพาะเหรียยท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งได้รับความนิยม เช่าบูชาไปสักการะกันอย่างกว้างขวาง Admin ก็แขวนเหรียญท้าวเวสสุวรรณของหลวงพ่อพัฒน์ เป็นประจำ รวมถึง อยู่ในรถ ไปไหนมาไหน รู้สึกอบอุ่นใจ











Share:

วัดหนองจับเต่า บางละมุง ชลบุรี

วัดหนองจับเต่า อยู่ใกล้กับเขาชีจรรย์ และวัดญาณสังวราราม เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีความสวยงามของปฏิมากรรม รูปปั้น โดยเฉพาะพญานาค ที่ปั้นออกมาได้มิติที่สวยงาม ด้วยลวดลายแบบศฺลปะไทยร่วมสมัย  เฉดสีสวยงาม

นอกจากพญานาคแล้ว ยังมีรุปปั้นของสัตว์ตามปีนักฉัตร ซึ่งเน้นตัวเป็นเต่า แต่หัวเป็นสัตว์ในนักฉัตร เต็มไปด้วยความวิจิตรงดงาม

กราบไหว้ขอพร วันหยุด หากแวะมาชลบุรี วัดหนองจับเต่า ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ควรจะแวะเวียนเข้ามากราบไหว้ขอพร และถ่ายรูป 

แหล่งท่องเที่ยว แลนด์มาร์คอีกแห่งหนึ่งที่น่ามาเช็คอิน วันหยุด ไหว้พระสวดมนต์ ให้ทาน สั่งสมบุญบารมีกันที่นี่ #พัทยา #บางละมุง #เวสสุวรรณ #ไหว้พระ9วัด


















Share:

63 10 04 วัดใหม่สุปดิษฐาราม นครชัยศรี นครปฐม

วัดใหม่สุปดิษฐาราม มีกำแพงวัดติดกับวัดกลางบางแก้ว ซึ่งในอดีตคงจะเคยเป็นวัดเดียวกัน แยกออกมาเป็นวัดใหม่โดยกั้นกำแพงกั้นไว้เเท่านั้นเอง 

ลานวัดกว้างสะอาดตา มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการจอดรถให้ สิ่งที่เห็นเด่นเป็นสง่าเลย นั่นคือ องค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่หน้าวิหาร ซึ่งความจริงน่าจะเป็นด้านหลังวิหาร แต่คนเข้ามาทางด้านหลัง จึงมองว่าเป็นด้านหน้า

ด้านในวิหารมีองค์พระสีวลี องค์ใหญ่ ซึ่งเป็นพระที่คนไทยชาวพุทธรู้จักกันดี เพราะจะมีกันแทบทุกวัน เพราะท่านเป็นเอตทัคคะในด้านลาภสักการะ รอบๆ องค์พระสีวลี มีพระพุทธรูปน้อยใหญ่ มีรูปปปั้นพระเกจิ พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหลายองค์เรียงราย  และด้านหลัง มีเศียรโขนต่างๆ และมีรูปปั้นฤาษี คอยสวมหัวเหมือนจะครอบครูให้

ด้านวิหารมีรูปปั้นพระอินทร์องค์ใหญ่ทรงช้างเอราวัณสีทองสง่่างาม ให้ประชาชนได้กราบไหว้ ด้านข้างมีองค์พระปิยะมหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสิน

ไม่น้อยหน้าไปกว่าที่อื่นคือ อ้ายไข่วัดเจดีย์ ซึ่งมาอยู๋ที่นี่ ให้ประชาขนได้กราบไว้ขอลาภสักการะด้วยเช่นกัน

ด้านข้าง มีวิหาร สีทอง ซึ่งน่าจะเป็นวิหารสำคัญในอนาคต เพราะดูสวยงาม มีพระราหูอยู่สองด้านให้คนได้เดินลอดเข้าปากพระราหู เป็นการเดินลอดเข้าไปเสดาะเคราะห์ เหมือนลอดโบสถ์

ด้านหน้าวิหาร มีพญานาคสองตน และด้านหลัง ซึ่งติดกับแม่น้ำนครชัยศรี มีรูปปั้นพญานาคสีทองขนาดใหญ่ สวยงามวิจิตร ซึงยังไม่แล้วเสร็จ นอกนั้น ยังมีรูปปั้นอนันตนาคราช ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่งการปั้นเศียร

ระหว่างทางเดินลงไปตลาดน้ำของวัด มีน้ำตกจำลองดูแล้วสวยงาม เหมาะแก่การถ่ายรูป


Share:

วัดเขาชายธง ตากฟ้า นครสวรรค์



วัดเขาชายธง ตากฟ้า นครสวรรค์ 

การเดินทางมายังวัดเขาชายธงครั้งแรก ผ่านมาด้วยความบังเอิญ เป็นวัดที่ติดอยู่กับถนนพหลโยธิน ระหว่างทางอำเภอตากฟ้าและอำเภอตาคลี นครสวรรค์

หน้าวัดติดกับถนน หลังวัดติดกับเขาชายธง เป็นวัดที่ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไร ไม่ค่อยมีคนรูัจัก แต่ที่ Admin นำมาเขียนไว้ในบล๊อกนี้ เนื่องจาก มีสิ่งที่ Admin สนใจ และความเคารพอยู่นั่นคือ รูปปั้น องค์ท้าวเวสสุวรรณ

รูปปั้นท้าวเวสสุวรรณ ของวัดเขาชายธง ถูกปั้นประดิษฐานอยู่หน้าประตูวัด  คู่กับรูปปั้นพญานาค  โดยทั้งสององค์ มีคนมากราบไหว้ แก้บนกันอยู่เรื่อยๆ สังเกตุจากเครื่องแก้บน

องค์ท้าวเวสสุวรรณเป็นปูนปั้น สูงขนาด 2 เมตร (วัดจากเท้า ถึงเศียร)  รอบๆ ฐาน มีผ้าสี และพวงมาลัย มากมายห้อยระย้า ทั้งเก่าทั้งใหม่ และน้ำแดง น้ำเขียว เต็มไปหมด แสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ จึงมีคนมาแก้บนมากมาย

ทุกครั้งที่  Admin กลับบ้านและผ่านมา ต้องลงไปกราบไหว้ และทำความสะอาดรอบๆ ฐานให้ เพื่อความสวยงาม โดยเฉพาะมีพวงมาลัยดอกไม้แห้ง ที่ดูไม่สวยงาม 

ทุกครั้งที่เข้าไปกราบไหว้ จะรู้สึกขนลุกชูชันทุกครั้ง เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจเสมอ

อิติปิโส ภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ มะระณัง สุขัง อะระหัง สุะคโตะ นะโม พุทธายะ

ท้าวเวสสุวัณโณ จาตูมมะหาราชิกา ยักขะพันธา ภัททะ ภูริโต เวสสะ ภุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ

ท้าวเวสสุวัณโณ นะโม พุทธายะ.







ทำเล ที่ตั้ง

Share:

วัดหลวงพ่อดำ ไพศาลี

วัดหลวงพ่อดำ (วัดสระทะเล) ไพศาลี นครสวรรค์ 

วัดที่ไม่เคยขาดเสียงอึกทึกครึกโครม ดนตรีดังสนั่นหวั่นไหว ตลอดเวลา ยามกลางวัน เนื่องมาจากการแก้บน ของคนที่สมหวังจากการขอพร กับหลวงพ่อดำ แห่งวัดสระทะเล

พระพุทธใบกริชจักราฟ้า สุริยะนาท มหาพุฒาจารย์เจ้า ผ่องอรุณอรุโณทัย ดาระดาษน้ำฟ้า บวรนาทธิราชเจ้า หรือ "หลวงพ่อดำ วัดสระทะเล" เป็นพระพุทธรูปสำคัญของชาวอำเภอไพศาลี ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารจักราฟ้า อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ กรมศิลปากรได้สันนิษฐานว่า หลวงพ่อดำ วัดสระทะเล น่าจะสร้างขึ้นในสมัย กรุงสุโขทัย และมีอายุประมาณ 700 ปีเลยมาแล้ว และด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อดำทำให้เป็นที่กล่าวขานไปทั่ว

หลวงพ่อดำ เป็นพระพุทธรูปประติมากรรมปูนปั้นขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 2 เมตร 20 เซนติเมตร สูง 2 เมตร 70 เซนติเมตร ปางขัดสมาธิ หันพระพักตร์ไปทางทิศบูรพา มีลักษณะใบหน้าเป็นรอยบาก เชื่อว่าสมัยที่เกิดสงครามรบกับพม่า ทหารพม่าคาดว่าข้างในองค์หลวงพ่อดำมีทองคำ จึงใช้มีดดาบฟันไปที่ใบหน้าของท่าน ทำให้หน้าหลวงพ่อดำ เป็นรอยบากหลายแห่ง รูปหน้าจึงไม่สมบูรณ์เหมือนพระพุทธรูปองค์อื่น ประดิษฐานอยู่ในวิหารจักราฟ้า วัดสระทะเล อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์

ชาวบ้านในชุมชนให้ความศรัทธาหลวงพ่อดำอย่างเต็มเปี่ยม ในความศักดิ์สิทธิ์ใครมากราบไหว้ขออะไรก็จะได้สิ่งนั้น สมความปรารถนา ทุกวันจึงมีชาวบ้านพากันมารำวงแก้บนรอบพระพุทธรูปหลวงพ่อดำอยู่เป็นประจำ วัดสระทะเลก็มีโรงละครรับจ้างรำถวายแก้บนด้วยเช่นกันสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อดำ มิได้เป็นอุโบสถเหมือนวัดอื่น เป็นเพียงอาคารสีขาวเปิดโล่ง มีชื่อว่า "จักราฟ้าวรวิหาร"

สร้างในสมัยใดไม่เป็นที่ปรากฏชัด แต่ทราบตามคำสันนิษฐานของกรมศิลปากรว่า สร้างในสมัยกรุงสุโขทัย มีอายุประมาณ 700 ปีเศษ ไม่ทราบเดิมชื่อวัดอะไร เมื่อแรกชาวบ้านค้นพบนั้น เห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ดำทมึนกลางป่ารกชัฏอยู่สามองค์ แต่ปัจจุบันเหลืองเพียงองค์เดียว จึงเรียกขานตามกันว่า หลวงพ่อดำ วัดสระทะเล ตลอดมาจนทุกวันนี้ สมภารผู้ครองวัดนี้ ทั้งยุคต้นและยุคกลางไม่มีใครทราบ แต่พระครูนิมิตรพุทธิสาร (โอน ฐิตปัญโญ) ศิษย์เอกพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (เดิม พุทฺธสโร) อดีตเจ้าคณะอำเภอไพศาลี/อดีตเจ้าอาวาสวัดโคกเดื่อ กล่าวว่า มีผู้เล่าขานบอกต่อกันมาว่า ในยุคท้ายก่อนจะเป็นวัดร้างนั้น มีสมภารองค์หนึ่ง ชื่อ"หลวงตาเจ๊าะ"ผิวดำร่างสูงใหญ่คล้ายคนโบราณทั่วไป และเรืองวิทยาคมเป็นอย่างยิ่ง

พ.ศ. 2498 ในสมัยกำนันพูน แก้วคง ได้ชักชวนชาวบ้านนำสังกะสีมายกมุงคลุมองค์ พระให้ แต่ก็เสื่อมโทรมไปตามสภาพกาล

พ.ศ. 2518 ได้มีเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรออกมาสำรวจ สันนิษฐานว่า เป็นประติมากรรมโบราณสถานที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย มีอายุราว 700 ปีเศษ ชาวบ้านเล่าขานบอกต่อกันมาว่า นอกจากพระพุทธรูปองค์ใหญ่นี้แล้ว ยังมีองค์เล็กนั่งข้างองค์ใหญ่อีก 2 องค์ คงเป็น อัครสาวกซ้ายขวา คือ พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร แต่ทั้งสององค์เล็กนั้น ได้ถูกโจรกรรมหายไป นานแล้ว แม้แต่พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เหลืออยู่นี้ ก็เคยถูกบาปชน เจาะเข้าที่พระนาภี ค้นหาทองคำแล้วใช้ของแข็ง ตีที่พระกรข้างขวา หักหลุดขึ้นไปเกือบถึงช่องพระกัจฉะ แล้วตีเลยขึ้นไป ถึงพระพักตร์ ถูกบริเวณพระนาสิกและพระโอษฐ์แตกหลุดออกมา จนเห็นพระนาสิกและพระโอษฐ์ชั้นในจนถึงทุกวันนี้ สวนเดนทรชนที่ทำร้ายพระพุทธรูปนั้น หลบหนีไปที่"บ้านดอนคา" อำเภอท่าตะโก แต่ยังไม่ทันเข้าหมู่บ้าน กรรมก็ตามสนองถูกลอบทำร้ายด้วยอาวุธปืนตายอย่างอนาถ ส่วนองค์พระที่ชำรุดนั้นได้มีพ่อค้าชาวจีน ชื่อนายพันเล้ง ค้าขายอยู่ในตลาดบ้านพังม่วง หรือตลาดโคกเดื่อปัจจุบัน บริจาคปูนให้ช่างซ่อมพระกรขวา และพระนาภีสมบูรณ์ดีดังเดิม ส่วนพระพักตร์นั้นช่างไม่กล้าซ่อม จึงเป็นรอยบากแตกให้เห็นถึงปัจจุบัน

พ.ศ. 2522-2525 ได้มีกลุ่มผู้ศรัทธา ประกอบด้วย 1.นายซ้ง พัฒนวสันต์พร 2.นายมาก เงินงาม 3.นายฟ้อน จิตรทรัพย์ และ4.นายผล เติมทรัพย์ พร้อมชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างอาคารยกมุงครอบองค์พระไว้ และได้ช่วยกันต่อเติมโดยรอบองค์พระเป็นอาคารมุงกระเบื้อง และบางส่วนมุงสังกะสีเวลาฝนตกเกิดการรั่วซึม

และพ.ศ. 2553 มีสามีและภรรยา ชื่อนายฏรงค์กร สมตน และนางทิพารัตน์ สมตน รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธาได้ ร่วมมือร่วมใจกันสร้างวิหารหลังใหม่ถวาย แทนศาลาหลังเก่าซึ่งผุพังไปตามกาลเวลา วิหารหลังใหม่ออกแบบโดย นายฎรงศ์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 มูลค่าในการก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน5.000.000 บาท(ห้าล้านบาทถ้วน) และได้มีการทำพิธีถวายวิหาร แด่หลวงพ่อดำ พร้อมงานฉลองสมโภชน์ในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554



ทำเล ที่ตั้ง

Share:

วัดไทรใหญ่ นนทบุรี

        วัดไทรใหญ่   สร้างเมื่อ พ.ศ. 2410 ปลายสมัย ร.4 เดิมชื่อ " วัดมหานิโคธาราม " (อารามแห่งต้นไทรใหญ่) ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดไทรใหญ่ นัยว่าเป็นกุศโลบายเพื่อให้เรียกติดปากง่ายขึ้น
วัดใหญ่ใหญ่ มีศาสนวัตถุ ปูชนียวัตถุที่น่าสนใจคือ
- องค์หลวงพ่อทองคำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ตามประวัติความเป็นมา
- อุโมงค์ลอดโบสถ์
- ศาลาการเปรียญไม้สักหลังใหญ่อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี
- ตลาดน้ำไทรน้อยที่มีชื่อเสียง อาหารเลิศรสและเป็นสถานที่ปล่อยปลาที่นับได้ว่าใหญ่ มีปลานับแสนตัว
- ประเพณีตักบาตรทางน้ำช่วงเทศกาลลอยกระทง ที่ยังคงเอกลักษณ์เอาไว้ตลอดมา
- เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ญาติโยมและอุบาสก อุบาสิกาเข้ามาถือศีล ปฏิบัติธรรม

วัดไทรใหญ่ เป็นวัดที่แปลก ชื่อไทรใหญ่ แต่อยู่สังกัด ในอำเภอไทรน้อย  Admin ได้ไปเยือน นมัสการหลวงพ่อทองคำ และหลักๆ คือไปไหว้ท้าวเวสสุวรรณ ซึ่ง Admin จะเดินทางไปทุกวัด ที่มีท้าวเวสสุวรรณ เนื่องจากความศรัทธาเป็นส่วนตัว
        ในวัดมีอุโบสถเก่า และอุโบสถหลังใหม่ ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ แต่เป็นอุโบสถใหญ่ อลังการ ประดับตกแต่งได้วิจิตรงดงาม แม้จะยังไม่แล้วเสร็จก็ตาม
        มีซุ้มพญานาค หน้าบันไดขึ้นอุโบสถ สีเขียวสดสวยงดงามแบบลายไทย แต่เศียรนาคเป็นแบบผสมไทยกับกัมพชา ไม่เหมือนพญานาคไทย ตามวัดทั่วๆไป มีความวิจิตร ดูมีสีสรร และมีชีวิตชีวามากกกว่า แบบลายไทยทั่วไป
        รอบระเบียบอุโบสถ มีรูปปั้น กินนร กินนรี  เทวดา และเทพเจ้าอื่นๆ โดยเน้นสีชมพูเป็นหลัก ด้านในยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมชม กราบไว้สักการะ เนื่องจากยังไม่แล้วเสร็จ

        เสร็จภาระกิจจากการกราบไหว้พระ ก็เดินมาที่ท่าน้ำ ซึ่งเป็นตลาด ริมคลอง  มีโปีะลงคลอง เพื่อให้อาหารปลา ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก
        ริมทางลงไปยังท่าน้ำ มีขอนไม้แม่ตะเคียนใหญ่ และศาลเจ้าแม่ ให้กราบไว้ขอหวยกันตามธรรมเนียมวัดไทย ที่หลายๆ วัดมีไว้เรียกคนเข้าวัดได้อีกสิ่งหนึ่ง ใครใคร่ขอ ก็ขอไป ใครใคร่ให้อาหารปลา ก็เดินเลยไปที่ท่าน้ำ
        อาณาบริเวณของวัด กวางขวาง มีเสนาสนะเพียบพร้อม สำหรับศาสนกิจ และงานสารธารณะ  ดูตามภาพด้านล่างในเว็บเลยจ้า

Share:

Popular Posts

Tags

Popular Posts

Recent Posts

Pages

About Wat Thai

วัดไทย น่าเที่ยว วัดคือสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทย ที่บ่งบอกถึงรากเหง้าความเป็นมาของไทย