แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท้าวเวสสุวรรณ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท้าวเวสสุวรรณ แสดงบทความทั้งหมด

63 10 04 วัดศรีษะทอง นครชัยศรี นครปฐม (วัดพระราหู)



วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2563   Admin มีโอกาสได้เดินทางไปร่วมงานกฐินวัดศรีษะทอง ซึ่งขึ้นลื่อ เลื่องลือเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิืของพระราหู

เนื่องจากมีงานบุญกฐิน การสัญจรของรถมีหนาแน่นมาก ประชาชน ที่เข้าร่วมงานกฐิน ก็มีไม่น้อย หากไม่นับคนที่มาร่วมงานบุญกฐิน เฉพาะคนที่ต้องการมาเที่ยว มาไหว้ สักการะพระราหู สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัดแล้ว ก็มีไม่น้อยเลย เพราะกว่าที่ Admin จะเข้าถึง หรือได้เข้าไหว้พระราหูได้ ก็ต้องเดินเบียดคนเข้าไป ทั้งๆ ที่ปากก็ต้องระมัดระวังเรื่อง Social Distancing 

ดอกไม้ดำ ธูปดำ ของดำต่างๆ ทั้งหวาน ทั้งคาว ถูกนำมาเป็นเครื่องเซ่นไหว้ ถวายแก่องค์พระราหู เจ้าหน้าที่ของวัดต้องคอย เตือน คอยบอกให้เจ้าของสำรับเซ่นไหว้ ให้นำของออก เพื่อให้คนอื่นได้เข้ามีโอกาสวางของไหว้บ้าง

ออกจากวิหารองค์พระราหู ก็มาไหว้สักการะ องค์ท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งอยู่ด้านหลังของวิหารพระราหู เป็นรุปปั้นท้าวเวสสุวรรณ ยืนคู่ สวยงามมาก ดูสมส่วน รูปทรงสง่างาม  ยืนตระหง่านอยู่ด้านหน้า วิหารทรงไทย ลายปูนปั้น ซึ่งวิจิตรงดงาม ทั้งภายในและรูปทรงภายนอก

ภาพจิตรกรรมภายใน แม้จะยังไม่เสร็จสิ้นดี แต่ดูแล้วสวยงามมาก ๆ รูปปูนปั้นลายไทยประยุกต์ต่างๆ อยู่รายรอบวิหาร ทั้ง 3 องค์ 

อยากให้ทุกท่านได้เข้าไปเยี่ยมชมวัดนี้นะครับ










Share:

วัดไผ่ล้อม หลวงพี่น้ำฝน

          วัดไผ่ล้อม เป็นวัดที่อยู่ใกล้กับวัดพระปฐมเจดีย์ หากใครมาเยือนมาเที่ยวจังหวัดนครปฐม ควรจะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรพระจากทั้งสองวัดนี้ เนื่องจากอยู่ไม่ไกลกัน  วัดไผ่ล้อม คนส่วนมากจะรู้จักบุคคลสำคุัญ คือหลวงพี่น้ำฝน เพราะมีกิตติศัพท์เลื่องลือ ด้านไหน ก็ติดตามหาดูในอินเตอร์เน็ตเอานะครับ  เพราะหาได้ไม่ยาก โดยเฉพาะด้านการสร้างวัตถุมงคล และช่วงสถานป้องกันการแพร่เชื้อของไวรัส COVID-19 หลวงพี่ท่านยังได้สร้างหน้ากากอนามัยที่มีรูปท่านท้าวเวสสุวรรณประทับอยู่ด้วย  เข้าใจว่า ท่านท้าวเวสสุวรรณ คงไม่ได้กันไวรัส หรือไม่สามารถกันไวรัสได้ แต่มีไว้เพื่อให้คนมีสติระลึกถึงท่านก็เพียงพอแล้ว 
          Admin ตั้งใจมาวัดนี้ เพราะอยากสักการะบารมีของท้าวเวสสุวรรณ ที่เลื่องลือว่าศักดิสิทธิ์ น่าเกรงขาม ดูใหญ่โต สวยงาม เมื่อมาถึง ก็เห็นรูปปั้นท่านท้าวเวสสุวรรณก่อนอื่นใด เพราะใจมองหาอยู่ก่อนแล้ว
          รูปปั้นท่านท้าวเวสสุวรรณ อยู่รอบอุโบสถหลังใหม่ ซึ่งมีประตู 4 ด้าน  แต่ละด้าน มีรูปปั้นท่านท้าวเวสสุวรรณ ยืนตระหง่านเฝ้าหน้าประตูอยู่ ด้านละ 2 ท่าน แต่ละรูปปั้นก็ดูวิจิตรบรรจง สวยงาม
          นอกจากองค์ท้าวเวสสุวรรณแล้ว หากเข้ามาในศาลาที่มีศาสนวัตถุให้กราบไว้ ซึ่งเป็นสาลาสีทองอร่ามทั้งศาลา ผนังติดกระเบื้องสีทองมันเลื่อมแผ่นเล็กๆ เต็มทั้งทั้งผนังศาลา เรียกได้ว่าประตับได้อลังการงานสร้างมาก  สีแดงตัดกับสีทอง ดูแล้วสวยงดงามจริงๆ   ภายในศาลา ยังมีองค์พระพุทธรูปในรุปแบบของอินเดีย องค์ใหญ่ สวยงาม ผนังด้านหลัง มีรูปปั้นนูนต่ำ เป็นเทวดา เทพเจ้าองค์ต่างๆ ดูวิจิตรสวยงาม น่าสนใจ
          ข้างพระประธานองค์ใหญ่ มีจุดวางโลงแก้วบรรจุสรีระหลวงพ่อพูล เกจิชื่อดังของเมืองนครปฐมให้กราบไว้สักการะขอพร
          ถัดออกมาด้านนอก มีรูปปั้น เทพประจำวัน ตั้งแต่วันอาทิตย์ ถึงวันเสาร์ แต่ละองค์สวยงามสมส่วน และใกล้ๆ กัน มีองค์กุมารทององค์ใหญ่ รอบๆ ฐานมีของเซ่นไหว้เต็มไปหมด คาดเดาว่าคงศักดิ์สิทธิ์และให้สมปรารถนามาเยอะ จึงมีของเซ่นไหว้เยอะ
          สรุปว่า มาวัดไผ่ล้อม ไม่ผิดหวัง ได้ไหว้องค์ท้าวเวสสุวรรณตามที่ตั้งใจไว้  ใครศรัทธาในองค์ท่าน ก็ไหว้กันนะครับ


ทำเล ที่ตั้ง

Share:

วัดทองพัฒนาราม สำนักสงฆ์หนองชุมเห็ด

วัดทองพัฒนาราม หรือสำนักสงฆ์หนองชุมเห็ดพัฒนาราม เป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ ในพื้นที่ของ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ได้เริ่มสร้างขึ้น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2554 โดยผู้ถวานพื้นที่ให้สร้างวัด คือ นางจำรัส พัฒนางาน พร้อมบุตรธิดา มอบถวายพื้นที่ 8 ไร่ 3 งาน และนายสุริยา สุขสบาย ถวายอีก 1 ไร่ เป็นวัดที่อยู่ติดกับถนนทางรถไฟ ของเมืองพัทยา
หน้าประตูวัด มีรูปปั้นท้าวเวสสุวรรณ 2 ตน เขียว แดง ตั้งตระหง่าน เฝ้ารักษาวัด
และต้อนรับสาธุชน ชาวพุทธทุกคน





Share:

อาฏานาฏิยะสูตร บทสวด ที่ท้าวจาตูมมหาราช ผูกขึ้นถวายพระพุทธเจ้า เพื่อช่วยป้องกันภัยจากอมนุษย์

ท้าวเวสสุวรรณ ผู้เป็นหนึ่งในท้าวจาตูมมหาราช มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาอย่างไร ที่ปรากฏในพระพุทธศาสนา ที่เด่นชัด และรู้จักกันทั่วไป จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับภาณยักษ์ และบทสวดอาฏานาฏิยสูตร


ท้าวเวสสุวรรณ พุทธศิลป์ที่สวยงาม ของวัดพระเกิดคงคาราม เชียงราย

สมัยหนึ่งสมเด็จ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเสด็จประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฎบรรพต ใกล้กรุงราชคฤห์มหานคร ในครั้งนั้น ท้าวจาตุมมหาราชทั้ง 4 ซึ่งสถิตย์อยู่เหนือยอดเขายุคันธร ที่เรียกว่าชั้นจาตุมหาราชิกา อันเป็นชั้นต่ำกว่า สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมาซึ่งเป็นที่สถิตย์ขององค์อินทราธิราช

พระอินทร์ ท้าวสักกะเทวราช ผู้ปกครองสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ (ดาวดึงส์ เป็นสรวรค์ชั้นที่สูงกว่าชั้นจาตูมมหาราชิกา) ทรงมีเทวะพระบัญชาให้มหาราชทั้ง 4 ทำหน้าที่เฝ้ารักษาประตูสวรรค์ในทิศทั้ง 4 เพื่อป้องกันมิให้พวกอสูรมารบกวน โดยมี
ท้าววธตรัฐ ผู้เป็นเจ้าแห่งพวกคนธรรพ์ รักษาทิศบูรพา
ท้าววิรุฬหก เป็นเจ้าแห่งกุมภัณฑ์ รักษาทิศทักษิณ
ท้าววิรูปักษ์ เป็นเจ้าแห่งนาคทั้งปวง รักษาทิศปัจจิม
ท้าวเวสสุวรรณ เป็นเจ้าแห่งยักษ์ รักษาทิศอุดร

ท้าวมหาราชทั้ง 4 มีจิตเลื่อมใสศรัทธา ปรารถนาจะเกื้อกูลพระพุทธศาสนา มิให้พวกอสูร หรือพวกศัตรูมาย่ำยีบีฑา แด่พระภิกษุสงฆ์ สาวกของพระบรมสุคตเจ้า จึงคิดจะชวนกันลงมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า แต่ก็ห่วงภาระหน้าที่ที่จะต้องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในประตูสวรรค์ทั้ง 4 ทิศ มหาราชทั้ง 4 จึงมีบัญชาแต่งตั้งให้ คนธรรพ์ กุมภัณฑ์ นาค และยักษ์ อย่างละแสนรักษาประตูสวรรค์ทั้ง 4 ทิศ ซึ่งก็ให้พวกคนธรรพ์ รักษาทิศบูรพา กุมภัณฑ์รักษาทิศทักษิณ นาครักษาทิศปัจจิม ยักษ์รักษาทิศอุดร

ครั้นแล้ว ท้าวมหาราชทั้ง 4 ได้ประชุมพร้อมกันที่ อาฏานาฏิยนคร ณ สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พร้อมกับผูกมนต์ อาฏานาฏิยปริตร ซึ่งมีเนื้อความสรรเสริญคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง 7 พระองค์ มี

พระวิปัสสี ผู้มีสิริอันงาม
พระสิขีพุทธเจ้า ผู้มากด้วยการอนุเคราะห์แก่สัตว์ทั้งปวง
พระเวสสภูพุทธเจ้า ผู้ปราศจากกิเลส มีตบะ
พระกกุสันธะพุทธเจ้า ผู้มีชัยชนะแก่พญามารและเสนามาร
โกนาคมนะพุทธเจ้า ผู้มีบาปอันลอยเสียแล้วมีพรหมจรรย์อันจบแล้ว
กัสสปะพุทธเจ้า ผู้พ้นวิเศษแล้ว จากกองกิเลสทั้งปวง
พระอังคีสพุทธเจ้า ผู้เป็นโอรสแห่งหมู่ศากยราช ผู้มีศักดิ์ มีสิริ ดัง นี้เป็นต้น

บทสวดอาฏานาฏิยปริตร ถ้านึกไม่ออก เป็นบทสวดที่เริ่มต้นว่า

วิปัสสิสสะ นมัตถุ จักขุมันสะ สิรีมโต สิขิสสะปิ นมัตถุ สัพพะภูตานุกัมปิโน……


ครั้นผูกมนต์พระปริตรแล้ว ท้าวมหาราชทั้ง 4 จึงประกาศแก่บริวารของตนว่า ธรรมอาณาจักรของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า อันเป็นบรมครูของเราทั้ง ๔ ถ้ามีผู้ใดสาธยายมนต์ อาฏานาฏิยปริตร นี้ขึ้น แล้วถ้าใครไม่เชื่อฟัง ไม่สดับ จะต้องถูกลงโทษอย่างสาสม รุนแรง

จากนั้นมหาราชทั้ง 4 ก็พร้อมใจกันลงมาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ ภูเขาคิชฌกูฏ กราบบังคมทูลว่าหมู่ยักษ์ทั้งหลาย หมู่นาคทั้งหลาย หมู่กุมภัณฑ์ทั้งหลาย และหมู่คนธรรพ์ทั้งหลาย ผู้มีเดช มีศักดา มีอานุภาพ มีจิตกระด้างหยาบช้า ละเมิดเบญจศีลเป็นอาจิณ ที่ยังไม่เลื่อมใสในคุณของพระรัตนตรัยนั้นมีมากพวกที่เลื่อมใสนั้นมีน้อย

เมื่อพระสาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ยินดีในการอยู่ป่า เพื่อบำเพ็ญสมณธรรม ในที่ห่างไกลจากมนุษย์สัญจร อมนุษย์ผู้ไม่เลื่อมใส ย่อมจะย่ำยี หลอนหลอก กระทำให้เจ็บไข้เป็นอันตรายแก่ชีวิตและพรหมจรรย์ แต่ต่อนี้ไปจะไม่บังเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีกแล้ว

ถ้าพระบรมสุคตเจ้าทรงพระกรุณาโปรดรับมนต์อาฏานาฏิยปริตรนี้ไว้ แล้วโปรดประทานให้พระภิกษุสาวก สาธยายอยู่เนือง ๆ อมนุษย์ทั้งปวงก็จะมิกล้าย่ำยีหลอนหลอกทำร้าย อีกทั้งยังจะช่วยปกป้องคุ้มครอง กันภัยทั้งปวงให้อีกด้วยพระเจ้าข้า

องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงรับมนต์พระปริตรนั้นโดยดุษฏี ท้าวเวสวัณ ก็แสดงอาฏานาฏิยปริตรนั้นถวาย ท้าวมหาราชทั้ง 4 ก็ถวายมนัสการลา สมเด็จพระบรมศาสดา จึงทรงมีพระบัญชาให้ประชุมภิกษุทั้งหลายในที่นั้น แล้วทรงแสดงมนต์พระปริตรนั้นให้แก่ภิกษุทั้งหลายได้เรียนสาธยาย เสร็จแล้วทรงมีพุทธฎีกาตรัสว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงอุตสาหะ สาธยายมนต์พระปริตรนี้ให้บริบูรณ์ในสันดาน จะพ้นจากอุปัทวันอันตรายทั้งปวงได้ อมนุษย์ทั้งหลายก็จะไม่มาย่ำยี หลอนหลอก เธอทั้งหลายจะได้ดำรงค์อยู่เป็นสุข เพื่อยังพรหมจรรย์ให้เจริญ

Share:

วัดละหารใหญ่สังฆาราม ระยอง

พระครูสุภัททาจารคุณ (หลวงพ่อสิน ภทฺทาจาโร) เจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เพ่ง สาสโน อดีตเจ้าอาวาสวัดละหารใหญ่ และหลวงพ่อรัตน์ วัดหนองกระบอก ผู้สืบทอดพุทธาคมจากหลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก เจ้าตำรับแพะเมตตาอันลือลั่นแห่งเมืองระยอง

วัดละหารใหญ่ ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับวัดละหารไร่ ดังนั้น หลวงพ่อสินจึงมีโอกาสไปกราบนมัสการ และรับใช้หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ เจ้าตำรับพระขุนแผนพรายกุมาร อยู่เสมอในสมัยที่หลวงปู่ทิมยังมีชีวิตอยู่


หลวงพ่อสินเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย ไม่ยึดติดใน ลาภยศสรรเสริญใดๆ ท่านมักจะพร่ำสอนญาติโยมที่เข้ามากราบไหว้เสมอๆ ว่า
“คนเราจะมีความสุขสงบในสังคมได้ ต้องถือศีล ๕ เพราะทำให้สังคมสงบสุข ปิดกั้น ภัยเวรต่างๆ ได้ แต่ที่พวกเรารู้สึกว่าทำได้ยาก หรือขัดกับชีวิตประจำวัน เป็นเพราะตาใจ ของเรามันบอดแสง หรือเจ้ากรรมนายเวรมาบังจิตบังใจเรา”
หลวงพ่อสิน ได้ให้สำภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกไว้ว่า
วัตถุมงคลมีความสำคัญต่อคนเราอย่างไร?
สำคัญสิโยม สำคัญที่อาตมาว่ามันก็อยู่ที่ความเชื่อของแต่ละคนนั่นแหละ ใครที่เชื่อ ใครที่ศรัทธาในสิ่งของนั้นๆ ก็จะเกิดเป็นสิริมงคล ทำให้มีความเชื่อมั่น ทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จได้ง่าย พอไปเจอปัญหาอุปสรรคใดๆ ก็จะไม่ย่อท้อ เมื่อมั่นใจว่าวัตถุมงคลเป็นสิ่งที่จะนำพาไปสู่ชัยชนะได้มันก็จะทำให้เขามีกำลังใจในการทำหน้าที่อย่างมุ่งมั่น สิ่งที่ว่าแพ้ก็จะกลับมาชนะได้อีกครั้งเหมือนกัน






Share:

การบูชาท้าวเวสสุวรรณ เจ้าแห่งทรัพย์ เจ้าแห่งอำนาจบารมี

เชื่อกันว่า การบนบานท้าวเวสสุวรรณ หรือ ปู่เวสสุวรรณโณนั้น หากบนบานในเรื่องสำคัญต้องปฏิบัติตามนี้
๑. บนเรื่องการงาน ให้ท่านบนด้วยสังฆทานหนึ่งชุด
ในสังฆทานให้มีรองเท้าพระ ๑ คู่ อาสนสงฆ์ ๑ ผืน พระพุทธรูป ๑ องค์ เข็มกับด้าย ๑ ชุด
๒. บนเรื่องการเงิน ให้ท่านบนด้วยสังฆทานหนึ่งชุด ชำระหนี้สงฆ์ ๑๐๐ บาท หรือถวายพระพุทธรูป ๙ นิ้ว
๓. บนเรื่องความรักครอบครัว ให้บนด้วยการถวายดอกกุหลาบแดง บูชารูปปั้นท่านท้าวเวสสุวรรณที่วัดไหนก็ได้ ๙ ดอก ถือศีลแปด วันตัว(วันที่เราเกิด) และวันพระ
๔. บนเรื่องความเจ็บป่วยและสุขภาพ ให้ท่านบนด้วยการถวายหนังสือสวดมนต์ (ยิ่งเป็นสวด ๗ ตำนาน ๑๒ ตำนานยิ่งดี) ถวายวัดไหนก็ได้ ปล่อยปลา (กี่ตัวก็ได้)
๕. บนเรื่องการเรียน ให้บนด้วยการทำบุญสร้างพระไตรปิฎก ตำราเรียนนักธรรม หรือจะถวายเป็นค่าเล่าเรียนสงฆ์หรือสามเณรในวัดที่มีพระสงฆ์เรียนพระ ปริยัติธรรมก็ได้
บูชา คือ การแสดงความเคารพสักการะ การกราบไหว้ การยกย่องนับถือบุคคลที่ควรเคารพนับถือ เช่น พระพุทธรูป พระสงฆ์ บิดามารดา คณุอาจารย์ ญาติผู้ใหญ่ ถือเป็นเหตุนำความสุข ความเจริญ และความก้าวหน้าในชีวิตมาให้แก่ผู้ทำ และเป็นวัฒนธรรมแบบไทยๆ ที่ได้รับการสั่งสอน สั่งสม ให้กระทำ การอีกแนวทางหนึ่งของการแสดงความกตัญญู เพราะคนไทยเชื่อว่า การจะแสดงความเคารพสักการะใคร อะไร สักอย่าง สิ่งนั้นต้องมีบุญคุณ มีสิ่งดีงาม มึความดีงามให้กราบ ให้ไหว้
  1. อามิสบูชา เป็นการบูชาด้วยสิ่งของ ปรนนิบัติดูแล ให้ข้าวน้ำ ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ค่าใช้จ่าย และบูชาด้วยดอกไม้ ธูป เทียน หรือสิ่งของใดอันมีคุณค่า ด้วยราคา หรือทางจิตใจ จากผู้ให้ สิ่งนั้น เรียกกว่า อามิสบูชา
  2. ปฏิบัติบูชา เป็นการบูชาด้วยการปฏิบัติ คือ ปฏิบัติตามแบบที่ท่านทำ ปฏิบัติตามคำที่ท่านสอน ได้แก่ท่านปฏิบัติ มาอย่างไรก็ปฏิบัติตาม ท่านสอนอย่างไร แนะนำอย่างไรก็ทำตามด้วยความเต็มใจ ทำตามปฏิปทา คุณธรรมที่ท่านสั่งสอน ในที่นี่ ต้องเป็นธรรมะที่ถูกต้อง ตามแนวทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น หากสอนผิดๆ แต่จะให้ปฏิบัติตาม ก็ถือว่า ไม่ควรทำตาม
การบูชา เกิดจากความศรัทธาความเชื่อ ความเชื่อมั่นต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งลำพังศรัทธา อย่างเดียว พระพุทธองค์ ไม่เคยสรรเสริญการศรัทธา แต่พระองค์ทรงสอนเสมอ ว่า ที่ใดมีศรัทธา ที่นั่น ต้องมีปัญญา ควบคู่ด้วยเสมอ
จะสังเกตุเห็นได้ว่า คำสอนทางพระพุทธศาสนา หากหลักธรรมข้อใด มีคำว่าศรัทธา ในหลักธรรมข้อนั้น ต้องมีคำว่า ปัญญา ควบคู่อยู่ด้วยเสมอไป ไม่เคยมีที่จะให้ศรัทธาเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีสติปัญญายั่งคิด
อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ หรือศรัทธา สิ่งใด โดยไม่ไตร่ตรองพิจารณาก่อน
Share:

ท้าวเวสสุวรรณ ผู้เป็นใหญ่ในทิศอุดร เจ้าแห่งทรัพย์ เจ้าแห่งอำนาจบารมี

องค์ท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่า เป็นอธิบดีแห่งอสูร (ยักษ์) และเป็นเจ้าแห่งผี เป็นหนึ่งในบรรดาท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ผู้คุ้มครองและดูแลโลกมนุษย์ สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ทรงอิทธิฤทธิ์มีอานุภาพมากมาย ประทับ ณ โลกบาลทิศเหนือ มียักษ์เป็นบริวาร


คนไทยสมัยโบราณนิยมนำผ้ายันต์รูปยักษ์ผูกไว้ที่หัวเตียงเด็ก เพื่อป้องกันวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้มารังควานเด็ก ในครั้งพุทธกาล ท้าวเวสสุวรรณ ได้นำเทวดาในสวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกา มาเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้ถวายสัตย์ที่จะดูแลพระพุทธเจ้า และเหล่าสาวก ไม่ให้ยักษ์ หรือบริวารอื่นๆ ของท้าวจตุโลกบาลไปรังควาญ โดยได้ผูกพระสูตรบทสวด อาฏานาฏิยะสูตร ที่ขึ้นต้นด้วย วิปัสสิสสะ นมัตถุ จักขุมันตัสสะ ซึ่งเป็นบทสวด ที่ท่านท้าวเวสสุวรรณ ได้ให้เหตุผลไว้ว่า พุทธบริษัท ที่เข้าปฏิบัติธรรมในป่า อาจจะมีภูติ ผี ยักษ์ สัตว์ร้าย ที่มีทั้งชอบ และไม่ชอบ เลื่อมใส และไม่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา พระสูตรบทสวด คาถาอาฏานาฏิยะสูตรนี้ จะช่วยป้องกันพุทธบริษัท จากการถูกเบียดเบียนได้
ท้าวเวสสุวรรณ เป็นหนึ่งในบรรดาท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ผู้คุ้มครองและดูแลโลกมนุษย์ สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ซึ่งมีท้าวมหาราชทั้งสี่ปกครอง คือ ท้าวธตรัฏฐะ ท้าววิรุฬหกะ ท้าววิรูปักชะ และท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวกุเวร) ประจำทิศต่างๆ ทั้งสี่ทิศ โดยเฉพาะท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวกุเวร) เป็นใหญ่ปกครองบริวารทางทิศเหนือ ว่ากันว่า อาณาเขตที่ท้าวเธอดูแลปกครองรับผิดชอบมีอาณาเขตกว้างใหญ่โตมหาศาล เป็นหัวหน้าท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ โดยเป็นใหญ่กว่าท้าวมหาราชองค์อื่น
ท้าวเวสสุวรรณ ยังเป็นเทพแห่งขุมทรัพย์ เป็นมหาเทพแห่งความร่ำรวย มั่งคั่ง รักษาสมบัติของเทวโลก ทั้งยังเป็นเจ้านายปกครองดูแลพวกยักษ์ ภูตผีปีศาจทั้งปวง อีกด้วย
ในคัมภีร์เทวภูมิ กล่าวไว้ว่า ท้าวเวสสุวรรณได้บำเพ็ญบารมีมาหลายพันปี รับพรจากพระอิศวร พระพรหม ให้เป็นเทพแห่งความร่ำรวย หน้าที่ของท้าวเวสสุวรรณ มีมากมาย อาทิ การดูแลปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ปกป้องคุ้มครองแก่ผู้นั่งสมาธิปฏิบัติพระกรรมฐาน เป็นต้น
ในคัมภีร์โบราณ กล่าวไว้ว่า ผู้ใดหวังความเจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา ให้บูชารูปท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวกุเวร จะสำเร็จสมหวังเสมอ
วนใหญ่แล้วเรามักเห็นภาพ ท้าวเวสสุวรรณ ในรูปลักษณ์ของยักษ์ ยืนถือกระบองยาว หรือไม้เท้าขนาดใหญ่อยู่ระหว่างขา เหมือนมีขาสามขา เพื่อพิทักษ์รักษาพุทธสถานหากใครที่เดินทางไปยังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ที่จังหวัดพิษณุโลก ก็จะพบรูปหล่อปิดทองด้านซ้ายของฐานองค์พระพุทธชินราช ทำเป็นรูป ท้าวเวสสุวรรณ เพื่อปกปักคุ้มครองพระพุทธศาสนาไม่ให้หมู่มารมารังควาน และปกป้องคุ้มครองแก่ผู้นั่งสมาธิปฏิบัติพระกรรมฐาน
ดังนั้น เราอาจจะเคยเห็นว่า วัดวาอารามต่าง ๆ มีรูปปั้นยักษ์ตั้งอยู่ หากยักษ์ยืนอยู่เพียงตนเดียว นั่นก็คือ ท้าวเวสสุวรรณ แต่ถ้าหากมี 2 ตน ก็คือบริวารของ ท้าวเวสสุวรรณ ที่จะมาคอยปกปักรักษาบริเวณวัด และนอกจาก ท้าวเวสสุวรรณ จะมีหน้าที่ปกปักรักษาพระพุทธศาสนาแล้ว ท้าวเวสสุวรรณ ยังมีหน้าที่จดความดีของคนทางทิศเหนือไปจารึก และประกาศให้เทพยดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ได้รับรู้อีกด้วยผู้ที่ศรัทธา ในท้าวเวสสุวรรณ ในประเทศไทย มีมาก จนมีชมรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก้บท้าวเวสสุวรรณ
Admin ศรัทธาในท้าวเวสสุวรรณ ด้วยประจักษ์ด้วยตนเองเกี่ยวกับปาฏิหาริย์บางประการ และ หลังจากได้มีการเคารพกราบไหว้ สวดมนต์ สวดคาถาบูชาท่านแล้ว ทำให้รู้สึกมีกำลังใจ และปัญหาอุปสรรคต่างๆในการงาน ดูเหมือนจะไม่ร้ายแรง และมีแต่ความราบรื่น
คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท้าวกุเวร (บูชาประจำวัน)
ตั้ง นะโม 3 จบ
อิติปิโส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ
ท้าวเวสสุวรรณโณ จตุมะหาราชิกา ยักขะพันธา ภัททะภูริโต
เวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโม พุทธายะ

Share:

Popular Posts

Tags

Popular Posts

Recent Posts

Pages

About Wat Thai

วัดไทย น่าเที่ยว วัดคือสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทย ที่บ่งบอกถึงรากเหง้าความเป็นมาของไทย